Yingsak 的个人资料ความรักเหมือนยาพิษ ความส...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


12月10日

รอเธอเสมอ...แม้รู้ว่าเธอจะไม่กลับมา

รอเธอเสมอ...แม้รู้ว่าเธอจะไม่กลับมา


          กลอน กลอนความรัก กลอนรัก กลอนอกหัก บทกลอน ความรัก อกหัก เรื่อง รอเธอเสมอ...แม้รู้ว่าเธอจะไม่กลับมา เป็น กลอน กลอนความรัก ของคนอกหัก หากใครที่กำลังอกหัก ลองอ่าน กลอน กลอนความรัก กลอนอกหัก เรื่อง รอเธอเสมอ...แม้รู้ว่าเธอจะไม่กลับมา ดูนะคะ เผื่อจะช่วยรักษาแผลใจได้บ้าง

ความรัก


เพิ่งรู้...ว่าความเหงามันเป็นเช่นไร
ก็เมื่อวันที่ฉันไม่มีใคร...อยู่ข้างกายเหมือนวันเก่าๆ

ไม่เคยคิดเลย...ว่าใจดวงนี้จะต้องเหงา
เมื่อความรู้สึกดีๆ ระหว่างเรากำลังหายไป

เพิ่งรู้...ว่าเธอมีค่า
ก็เมื่อวันที่เธอบอกลา...ใจฉันมันเหว่ว้า...หวั่นไหว

อยากฉุดรั้งให้เธออยู่ตรงนี้..ก็ไม่มีเหตุผลดีๆ มาดึงเธอไว้
ได้แต่มองเธอเดินจากไป...ปล่อยให้น้ำตารินไหลอยู่อย่างนั้น

เพิ่งรู้...ค่าของคำว่ารัก
ก็เมื่อหัวใจไร้ที่พิงพัก...ต้องเจ็บหนักกับรักที่ร้าวฉาน
ในวันนี้ฉันเพิ่งรู้ซึ้ง...ว่าความคิดถึง...มันทรมาน
จากอดีตที่พ้นผ่าน...ฉันยังต้องการให้เธอกลับมา


ยังรอเธอเสมอแม้รู้ว่าเธอจะไม่กลับมา...รักตลอดไปนะ

4月23日

ความรัก...ที่ไม่ใช่เจ้าของ

ความรัก . . . ที่ไม่ใช่เจ้าของ

ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


ความรัก . . . คืออะไร?
เรื่องที่ทุกคน . . . อยากจะได้คำตอบตายตัว
เพียงแต่ว่า . . . ไม่เคยมีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้เลยสักคน
เพราะ . . . ความรักมีหลายรูปแบบ
ที่ของแต่ละคน . . . ก็ไม่เหมือนกัน

ความที่เจ็บปวด คือ ความรักที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
เมื่อเรารักใครสักคนแล้ว  . . .
ย่อมอยากจะเป็นเจ้าของความรัก กันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คน . . . ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้
เพราะความรัก . . . เหมือนกันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ไม่มีอะไรแน่นอน . . .  เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่มันให้เรา คือ ความเจ็บปวดปนความหวาน
ยิ่งคุณอยากจะลิ้มลอง . . . ความหอมหวานของมันเท่าไหร่
คุณก็จะยิ่งถลำลึก ไปกับความเจ็บปวดนั่น
. . . จนอาจจะยากที่จะถอนตัวออกมาได้

บางครั้ง. . .  ความหวานก็หมดไป
. . . ก่อนที่จะลึกมากนัก แต่ก็เจ็บมากมายเช่นกัน
แต่. . . ก็ยังมีอีกหลายคน ที่พร้อมจะลองดู
บางคน. . . แสวงหาความรักมากมาย
ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย เพื่อตามหารักแท้. . .

รักแท้. . . แต่ยากที่จะครอบครอง
เพราะบางครั้ง. . . อาจจะเป็นรักต้องห้าม
ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่า. . . เพื่อนสนิท
ระหว่างคำว่า. . . คนที่มีเจ้าของแล้ว
หรือ ระหว่างคำว่า . . . ไม่เหมาะสม


มันยาก. . . ที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา
เมื่อไหร่ที่คุณรัก คุณอยากครอบครอง. . . แต่เป็นไปไม่ได้
 ก็คิดเสียเถิดว่า . . . ยังดีกว่าไม่ได้รัก

4月13日

วันเวลาของวันนี้

วันนี้ก็วันสงกรานต์แล้ว  แต่วันนี้หยุดไม่ได้ทำงาน ก็อยู่บ้านทั้งวัน  เบื่อจะตายชักแล้วเนี่ย  ... มีแต่เรื่องไม่สิ้นสุดเลย  ทำให้ใจเรารู้สึกแย่ รู้สึกเบื่อเต็มทนแล้ว  แต่ก็โทษอะไรใครไม่ได้  ทำได้เพียงโทษตัวของเราเองที่ก่อเรื่องอะไรต่าง ๆ มากมาย  จนทำให้ทุกอย่างแย่แบบนี้  ทำให้เกิดเรื่องราว  และสิ่งแย่ ๆ มากมาย  ทั้งกับเราเอง  ทั้งทำให้คนที่รู้สึกดี ๆ กับเราต้องเสียใจ  ทั้งเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย  เราก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองเราเองจะเป็นได้ถึงขนาดนี้  รู้สึกว่าตัวเองแย่ขึ้นทุกที  แล้วนี่ตกลงเราควรเป็นไง  ควรทำไง  ควรจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร  ตัวเราไม่ใช่ตัวเราอีกแล้ว  ทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงทุกที  เพราะความรู้สึกของเรา  หรือเป็นเพราะตัวของตัวเราเองกันแน่  ที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้  แต่เอาเหอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดหนิ  ..เป็นไปตามที่ถูกกำหนดไว้  เราก็เลือกเดินเส้นทางเส้นนี้เอง  คงโทษใครไม่ได้  ถ้าเกิดไรขึ้นมาก็ได้แต่ยอมรับมัน  คงทำอะไรไม่ได้อีกเหมือนเคย  เพราะว่ามันถูกกำหนดมาแล้ว  ชีวิตเราอาจถูกกำหนดให้เดินเส้นทางนี้มาแล้ว  แต่เพียงอยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง  แต่แล้วท้ายที่สุดเราก็เดินเข้าสู่จุดที่เป็นอันตราย  เป็นอนาคตที่มืดมัวไม่มีอะไรแน่นอนไม่มีเส้นทางให้เราเดิน  เพราะตัวเรานั้นได้ปิดเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง  ทำให้เรารู้สึกแย่เอง  สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดผลที่ตามมานั้น เกิดจากการกระทำของตนเองที่ทำไว้ก่อนหน้า  เฮ้อ! มาพูดถึงเรื่องวันนี้กัน ...วันนี้ตื่นประมาณ 10 โมงได้  เหอะ ๆ สายดีจริง ๆ ก็นอนพักอะนะ  ตื่นมาก็ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ  แล้วก็ออนเกม เล่น ๆ จนถึงประมาณ 5 โมงเย็นเนี่ยแหละ  วันนี้ไม่มีอะไรมาก  นั่งเล่นเกมยาวเลยไม่ได้ทำอะไร เซ็ง เหอะ ๆ ตอนนี้เซ็ง ๆ ก็เลยมาอัพ space เล่นไม่มีไรทำ เหอะๆ แค่นี้แหละ ไม่มีอะไรและเบื่อ
4月12日

เรื่องราวของวันนี้

วันนี้ก็เรื่อย แต่วันนี้ก็ตื่นสายอีกตามเคย (เวงกรรม นับวันแม่งยิ่งแย่)  แล้วก็รีบออกไปที่ทำงาน  ก็ขึ้นไปก็เจอพี่สาวสองคนที่เจอยู่บ่อย ๆ (คนละคนกะสองวันก่อนนะ) เหอะ ๆ น่ารักจัง งุงิ  ก็วิ่งรถไป หนาดวันนี้ออกสายนะยังไปถึงเร็วได้ สุดตีน  ไปถึงก่อน 9 โมงตั้งเกือบ ครึ่งชม. เหอะ ๆ แปลกเว้ยตื่นสายก็ถึงเร็ว  ตื่นเช้าก็ถึงเท่ากัน เหอะ ๆๆ  แล้วนี่ก็ไปถึงก็นั่งเลยครับ ไม่ได้ทำงานนะ แต่นั่งเล่นเกมก่อนเลย  แต่ก่อนหน้านั้นลองเปิดเครื่องโอ๊ด สุดตีน  เครื่องแม่งกวนตีน เปิดไมได้อีกและ  แม่งเอ้ย  แต่ก็ช่างมันก็นั่งเล่นเกมไปพราง ๆ จน เกือบ ๆ  9 โมง โอ๊ดมันก็มา  วันนี้เลยตอนเช้ามีคอมเครื่องเดียวสุดตีน  ก็เลยนั่งเล่นเกมจนจบก็ประมาณ 9 โมง 20 นาทีนิด  ๆ ก่อนหน้าพี่เค้าโทรมาบอกให้ขึ้นไปเอาไฟล์กับคุณหนึ่ง (แต่ตูนั่งเล่นเกมก่อนเหอะ ๆ ) ก็พอเล่นเสร็จ วันนี้เลยดึงโอ๊ดขึ้นไปด้วย  ให้พี่เค้าเห็นหน้าหน่อย  ก็ไปรับไฟล์จากพี่เค้า  พอเรียบร้อย ก็เลยบอกพี่เค้าให้แจ้ง ฝ่าย it ให้หน่อยว่าคอมเสียไปตัวนึง  แล้วเราพอลงมา ก็บอกให้โอ๊ดเช็คงานไปก่อน เดี๋ยวขอพักก่อน เพราะเดี๋ยวต้องเช็คงานต่อจากเมื่อวาน  โอ๊ดมันก็ยอมทำให้  เราก็นั่งพักเล่นได้ซักพัก  เจ้าหน้าที่ก็มาดูคอมให้ซักพัก คอมก็ใช้ได้  เราก็เลยนั่งทำงานต่อ เช็คงานต่อจากเมื่อวาน  รอโอ๊ดทำงานที่ทำอยู่เสร็จก็จะย้ายเครื่องกัน  แล้วพอย้ายเสร็จก็นั่งทำงานต่อ (ก่อนหน้าโอ๊ดคุยกะแฟน  แฟนมันบอกจะมาหา)  อ่านะ  แล้วก็ทำงานกันไปจนเกือบ ๆ เที่ยง แฟนท่านโอ๊ดก็โทรมาหาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว  เราก็นั่งทำงานไปพราง ๆ รอแฟนมันมาถึงจะได้ออกไปทานข้าวกัน  ... แล้วก็โอ๊ดก็คุยกะแฟนมันจนเค้าเดินมาถึง  แล้วเราก็เลยออกไปกินข้าวกัน  เราก็เลยไปเข้าห้องน้ำก่อน  แล้วก็เดินออกมาเห็นโอ๊ดยืนคุยกะแฟนมันอยู่  แล้วโอ๊ดก็แนะนำเราให้แฟนมันรู้จัก  แล้วมันก็แนะนำแฟนมันให้เรารู้จัก  แล้วก็ไปทานข้าวกัน  เราก็มีคุยกะแฟนโอ๊ดบ้างนิดหน่อยเรื่องงาน (แฟนโอ๊ดชื่อเอ)  เหอะ ๆ ก็ไปนั่งทานข้าวกัน โหอย่างเซ็ง อิจฉาคนจู๋จี๋โครต แม่งเอ้ย เห็นแล้วเจ็บแปร็บ  ว่าเราไร้ถึงคนสนใจแล้ว  ไม่เห็นเหมือนเค้าจู๋จี๋ คุยกัน ยิ้มกัน แย่กันกินข้าว แบ่งกันกินข้าว หัวเราะ  เฮ้อ!  แต่เรากับทำตัวเอง  ทำร้ายความรู้สึกของคนที่เค้ารู้สึกดี ๆ กับเรา  ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้  ทำไมเราถึงเปลี่ยนไปได้หนาดนี้  เห็นเอแล้วนึกถึงอุ๋ม  อุ๋มเป็นคนขี้อ้อน  น่ารัก  นึกถึงตอนที่เราไปกินข้าวด้วยกันตอนนั้น เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกัน  เรารู้สึกดีมาก ๆ นั่งทานข้าวกัน คุยกัน  แต่ว่าตอนนี้มันก็คงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว  ก็พอทานไรเสร็จเราก็เลยเดินไปเข้ามินิมาร์ทซื้อขนมนิดหน่อย แล้วเราก็เดินกลับที่ทำงานกัน  พอเข้าไปเราก็เลยนั่งกินขนม  แล้วไอ้โอ๊ดก็นั่งเล่นเกม  เราก็นั่งกินปาร์ตี้  มันจะมีของเล่นแถมมา คือ จรวด เหอะ ๆ เอ เค้าก็เลยขอเอาไปเล่น (เล่นในห้องแหละ) เหอะ ๆ เอ เป็นคนคุยเก่ง ชอบอยากรู้อยากเห็น เหอะ ๆ ก็น่ารักดี  สมกะโอ๊ดดี คนนึงเงียบใจเย็น อีกคนร่าเริง ขี้เล่น  เห็นแล้วก็ชวนให้นึกถึงตัวเอง  ว่าทำไมเดี๋ยวนี้เราแย่จัง  รู้สึกเหงา  รู้สึกแย่  รู้สึกว่าตัวเองทำไมถึงเปลี่ยนไปได้มากหนาดนี้  เหอะ ๆ แล้วเราก็นั่งทำงานต่อไป พราง ๆ ซักพักโอ๊ดมันก็เลิกเล่นเกม แล้วก็ได้จังหวะพอดี  พอมันเลิกเล่นเดี๋ยวเดียว พี่เข้าก็มาเลย เหอะ ๆ รอดไปแสด  ... แล้วก็นั่งทำงานไป  พี่เค้าเข้ามาตอนแรกคงแปลกใจว่าทำไมมีผู้หญิงอยู่ในห้อง  เหอะ ๆ แล้วมาถึงพี่ต้นแกก็วุ่นกะเรื่องงาน เดี๋ยวคนนี้โทรมา คนนั้นโทรมา  โทรหาคนนั้นบ้าง  คนนี้บ้าง เหอะ ๆ..... แล้ววันนี้ก็ทำงานกันไปลุยแหลกเลย ... เอ ก็นั่งข้าง ๆ โอ๊ดเราก็เห็น ๆ บ้างแหละนะ  น่ารักดี ทั้งคู่ เหอะๆ  อิจฉาอีกตามเคย แต่ก็เฉย ๆ ก็ตั้งใจทำงานไป  จนเรื่อย ๆ ประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ เอก็บอกโอ๊ดว่าจะกลับก่อน  โอ๊ดก็บอกซักพัก  ก็นั่งทำไปได้ซักพัก จังหวะพี่เค้าจะขึ้นไปเอาไฟล์พอดี  เอ ก็เลยขอตัวกลับด้วยก็บาย ๆ เรา  แล้วก็เดินออกไปกะโอ๊ด  แล้วโอ๊ดก็ไปส่ง  ซักพักมันก็กลับมาพร้อมกับช๊อคโกแลต (ที่ไม่มันน่ามีแต่นมและ) แล้วก็นั่งทำงานกันไป  เราก็เลยคุยเรื่องแฟนโอ๊ดขึ้นมา  ว่าแฟนมึงนี่คุยเก่งดีแหะ  แถมซนด้วย  อยู่ ๆ เอามือกดปุ่มปิดเครื่องคอมเฉย ดีนะที่มันฟ้องมาถามว่าเซฟไฟล์ไหม ไม่งั้นมึงเอ้ย ยุ่งอีก ..เหอะ ๆ แล้วก็คุยกันซักพัก ก็นั่งลุยงานกันแหลกเลย   งานก็ไหล ๆ มาหาเรื่อย ๆ แล้วก็ทำกันไปจนประมาณ 6 โมงเย็นได้  พี่เค้าก็จะให้เลิก แต่ก็ส่งท้ายงานกลับมาให้ทำอีกชุด  คืองานที่ทำอยู่ในห้องนั่นแหละที่ยังทำไม่เสร็จ  พี่เค้าบอกว่าทำเสร็จแล้วส่งให้พี่ด้วย  เราก็ครับ ๆ แล้วก็แยกกันออกมาจากที่ทำงาน  แล้วตอนเดิน ก็คุย ๆ กะโอ๊ดจนถึงป้ายรถเมล์ ได้แป๊ปรถมาโอ๊ดก็เลยไปก่อน  ซักพักรถสองแถวเราก็มา ก็นั่งมาถึงบ้าน (สองต่อ)  แล้วก็มาถึงได้ซักพัก  แม่ก็ทำบะหมี่ให้กิน  ตอนแรกก็คิดว่าจะกินแค่สองก้อนพอและ  แต่รู้สึกเหนื่อย ๆ หิว ๆ เลยทานไป 4 ก้อน (เกินไปเยอะเลยกู)  ก็กินเสร็จก็มานั่งทำงานต่อ  ที่ก่อนหน้านี้เปิดคอมทำงานอยู่  ทำถึงประมาณ 2 ทุ่มครึ่งงานก็ได้สิ้นสุดลง ดีใจโคตร ๆ แล้วเนี่ยก็มานั่งอัพ space เนี่ยแหละ  สงกรานต์นี้เราคงรู้สึกแย่  มีแต่ความรู้สึกไม่ดี  มีแต่ความเศร้า  มีแต่ความเหงา  เฮ้อ!  แย่จัง วันนี้รีบมาอัพก่อน เพราะเดี๋ยวขี้เกียจตอนแรกว่าจะไม่อัพและ แต่เห็นว่าอืมไหน ๆ งานก็เสร็จแล้วรีบอีพก่อนดีกว่า  แค่นี้แหละไม่มีไรจะพิมพ์และเซ็ง บายครับ
4月11日

เรื่องราววันนี้

วันนี้ก็เหมือนทุกที แต่วันนี้ตื่นสายหนักกว่าเดิม เกือบ 7โมงครึ่งแหนะ (นับวันยิ่งสายเว้ยกู)  ก็เลยรีบออกไปแต่กลับถึงเร็วกว่าที่คิด  วันนี้ก็แวะเอา Sony walkman ไปคืนพี่สาวที่หน้าบริษัทพี่เค้า  แล้วก็เดินไปที่ทำงาน  ก็เข้าไปนั่งจะทำงาน ก็ไม่มีงานทำ  เพราะงานยังไม่มา  เลยนั่งลงเกมไว้  แม่งเครื่องไอ้โอ๊ดดันเปิดไม่ติด  ตกใจแต่เช้าเลย  ซักพักโอ๊ดก็ตามมา (ตูก็กำลังมันนั่งเล่นเกมอยู่)  มาถึงโอ๊ดก็ตกใจเลยครับ เหอะ ๆ คอมเปิดไม่ได้ ซักพักพี่ต้นเค้าก็โทรมาให้ขึ้นไปเอาไฟล์กับคุณหนึ่ง (ตอนนั้นพี่ถามว่าทำไรอยู่ ตูบอกว่ากำลังเช็คไฟล์ครับ  แต่จริง ๆ นั่งเล่นเกม เหอะ ๆ )  แล้วก็ก่อนขึ้นเลยลองเปิดคอมไอ้โอ๊ดอีกที  ก็เปิดไม่ได้  ไอ้เราก็ขึ้นไปเอาไฟล์จากพี่หนึ่งเค้า  ก็ยืน ๆ ก็ทักพี่นุ้ย  แล้วก็ถามเรื่องข้อมูล it ได้ยังครับ พี่เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ดูให้  แล้วพี่ก็เอา kitkat มาฝาก ฝากให้โอ๊ดด้วย แล้วก็ให้น้อง ๆ ซักพัก  ก็คุยกะคุณหนึ่งเรื่องไฟล์ วันนี้ยุ่งยากพอตัวเพราะไฟล์ที่พี่ต้นบอกว่าส่งมาไม่มี  ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ หลายรอบ  ตอนนั้นก็เลยเอาไฟล์ที่มีอยู่ลงมา  พอลงมาก็ลองเปิดเครื่องโอ๊ดอีกที  แม่เจ้าติดจนได้ เหอะ ๆ แล้วซักพักพี่ต้นก็โทรมาถามว่าได้ไฟล์หรือยัง  เราก็บอกว่าได้มาสามสาขาครับ  พี่เค้าเลยบอกว่าเดี๋ยวอีกซักพักขึ้นไปเอาไฟล์อีกมีอีก 4 สาขา  เราก็ครับ ๆ ซักพักก็เตรียมขึ้นไป (ระหว่างนั้นเกมตูยังเปิด  ไอ้โอ๊ดก็นั่งเล่นเกมเครื่องกระผมไป  พร้อมกับลงเครื่องมัน)  แล้วเราก็ขึ้นไปเอาไฟล์กะคุณหนึ่งอีกรอบ  ..แล้วนะ ก็ยังไม่ได้ไฟล์ครับยืนรอนานพอควร จนท้ายสุดเราก็เลยตัดสินใจโทรไปหาพี่ต้นอีกครั้ง  แล้วก็คุย ๆ เราท้ายสุดก็ตัดสินใจบอกพี่หนึ่งว่าเดี๋ยวผมลงไปทำงานด้านล่างก่อนนะครับ  แล้วไงค่อยว่ากันกับเรื่องไฟล์อื่น ๆ แล้วก็กลับลงมา  ไอ้โอ๊ดก็กำลังมันกะเกม  ซักพักได้  เราก็นั่งทำงานทั้งๆ ที่ยังเปิดเกมอยู่แต่ไม่ได้เล่นแล้วเพราะงานมันเยอะ  แต่คุณโอ๊ดก็ยังนั่งเล่นอยู่  แล้วก็ทำงานไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลา เที่ยง เราก็ไม่ไหวแล้วมึน ปวดตามาก  ส่วนคุณโอ๊ดอะ ฟุ๊บไปนานและ เหอะ ๆ เราก็เลยพักนั่งเล่นเกมทีเปิดทิ้งไว้ต่อ  เล่นไปเล่นมา โดนคอมรุมแพ้ครับ เลยตัดสินใจ  เฮ้ย! โอ๊ดไปกินข้าวดีกว่า  ก็เลยไปกินข้าวกัน แล้วก็กลับมานั่งพักสายตาอยู่พักนึง  โอ๊ดมันก็นั่งเล่นเกมไปซักพัก  เราก็นั่งทำงานต่อเรื่อย ๆ จนล้าโคตร ๆ แม่งเยอะชิบหาย  แล้วประมาณบ่ายสองกว่า ๆ ได้มั้ง พี่ต้นก็มา  แล้วก็เอาไฟล์มาให้เพิ่มบอกให้หยุดงานตรวจก่อน แล้วเช็คจำนวนให้พี่เค้า  แล้วก็เอาไฟล์ที่ทำตอนเช้าให้พี่เค้า  ไอ้เราก็มึนนู้นมึนนี้สาหัสเลย  แต่ก็เคลียจนได้  แล้วก็นั่งทำงานใหม่ที่พี่ต้นให้มา จนประมาณ 5 โมงกว่าๆ ก็เคลียของบางปะกอกเสร็จเช็คไรเรียบร้อย แล้วก็นั่งทำ Petka ต่อเรื่อย ๆ แล้วก็กลับบ้านเพราะไม่ไหวแล้วเหนื่อย พี่ต้นเค้าก็ฝากให้ไปทำต่อให้เสร็จ  แล้วส่งให้พี่เค้า  ไอ้เราก็ทั้งเหนื่อยทั้งล้า คิดในใจว่างานไรหว่าเหนื่อยชิบหาย สุ่มกันเข้ามา  แล้วก็ก๊อบ ๆ ไฟล์กัน  พอออกมาพี่ต้นขอแยกกลับไปก่อน เราก็เข้าห้องน้ำกัน แล้วก็ไอ้โอ๊ดก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย  งานไรวะเหนื่อย คุ้มไหมเนี่ย (กูก็คิดงั้นแหละ)  เหอะ ๆ แล้วก็เดิน ๆ คุยไรกันนิดหน่อย ก็ถึงป้ายรถเมล์ซักพัก รถกระผมก็มาเลยขึ้นกลับก่อนไอ้โอ๊ดมัน  ก็ขึ้นไปก็เจอไอ้ตุสบ้าสองคนยืนข้าง ๆ คุยเรื่องบ้าบอ  ฟังแล้วขนลุก  แล้วดันลงแถว ๆ ที่ตูต้องต่อรถอีกต้องทนฟังแม่งคุยกันสยอง จนลงรถ ค่อยรู้สึกโล่งหน่อยรำคาญชิบหาย คุยเรื่องผู้ชาย บรือ ขนลุก  แล้วก็ขึ้นรถอีกต่อเข้าบ้านมา  พอถึงบ้านได้ซักพัก  พ่อก็โทรสั่งกับข้าว  แม่ก็หุงข้าวรอ  แล้วเราก็มาถึงก็อาบน้ำก่อนเลย  เหอะ ๆ พออาบน้ำเสร็จก็มานั่งทำงานได้ซักพัก พ่อก็เรียกทานข้าวเราก็เลยลงไปทาน  ทานเสร็จเรียบร้อยก็รีบมาปั่นงานต่อ  แล้วด้วยความซวยอีก ทำ ๆ อยู่โอ๊ดทักมา  ก็เลยตอบมัน หันมาทำงานต่อเสือกกดผิด  งานที่ทำก่อนหน้านี้ยังไม่ทันเซฟ  มันก็มลายหายไป กูหละเครียด อุตส่าห์ทำไปได้กว่าครึ่งต้องเริ่มใหม่อีก (ตอนนั้นประมาณ จะ 3 ทุ่มและ)  อย่างเซ็ง  ก็เลยเอาวะ ตั้งใจใหม่ ก็ปั่น ๆๆ ชิบหายเลย  ก็ปั่นแหลกตาแตกใจก็คิดเรื่องที่โอ๊ดบอกว่า  อุ๋มถามหาว่าบอยเลิกเล่นเกมแล้วเหรอ  เราก็คิด ๆ แต่ว่าใจต้องจดจ่องานต่อ  เพราะงานเร่งเลยรีบ ๆ ๆ ทำไป จนกว่าจะเสร็จก็ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง  ได้ แล้วโอ๊ดมันลืมส่งไฟล์ให้พี่เค้า  มันก็ออน m ใหม่  เราก็เลยบอกเอามาเดี๋ยวส่งให้  แล้วก็แม่งดันเข้าเมลล์ hotmail ส่งไม่ได้อีก เราก็เลยเข้าเมลล์ Thaimail แทน แล้วก็จัดส่งให้พี่เค้า ซักพักเราก็มานั่งอัพ space นี่แหละ อยากบอกว่าเหนื่อยโคตร ๆ พรุ่งนี้กูต้องเจอไรอีกเนี่ย   แม่งเฮ้ย เหนื่อยสาด  ...สงกรานต์ใกล้แล้ว แต่กูรู้สึกไม่ได้มีความสุขเลยแม่งเซ็งหวะสาด ..แค่นี้ก่อนแหละ เดี๋ยวนอนแล้ว เฮ้อ! แย่ชะมัดมีแต่เรื่อง ไปและ
 
4月10日

วันเวลาของวันนี้

วันนี้เหรอ ก็เป็นอีกวันนึงที่วุ่นวายพอควร  วันนี้ตื่นมาตอนเช้า (จริง ๆ ไม่เช้าเลย) ก็ประมาณ 7.20 น. เหอะ ๆ รีบสิครับ ไปอาบน้ำแปรงฟันเรียบร้อย ก็รีบแต่งตัวออกบ้านเลย (วันนี้ไม่ขี้ลืม)  ก็ออกไปวันนี้ก็เหมือนเดิมทุกที  นั่งรถสองแถวไปทำงาน ก็ออกไปขึ้นรถ  แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไร  เจอพี่สาวคนเดิมถึงสองครั้งและ (...เหอะ ๆ -_-") แล้วก็นั่งรถไปลง ๆ แถวตึก Tisco (ใช่ป่าววะจำไม่ได้)  ก็เดิน ๆ ไปที่ตึกทำงาน โอ๊ดโทรมาถามว่าอยู่ไหนแล้ว  ก็ตอบ ๆ มันไปบอกว่าเจอกันหน้าตึกแล้วกัน โอ๊ดบอก ...แล้วเราก็เดิน ๆ ไป ไม่ทันสนใจอะไร ก็เดิน ๆ ไปที่ห้องเลยไม่ทันมองอะไร แล้วลืมนึกไปว่าไอ้เพื่อนโอ๊ดบอกให้รอหน้าตึก  เราก็เดินไปขอกุญแจเค้าเปิดห้อง  แล้วก็เข้าไปเปิดเครื่องไรเรียบร้อย  ก็นึกขึ้นได้ว่าไอ้โอ๊ดบอกให้รอ ซักพักมันก็โทรมา ก็เลยบอกมันไปว่า อยู่ในห้องแล้วตามเข้ามาเลย  แล้วเราก็ลองเปิดไฟล์ที่ทำเมื่อวาน ใจหายวาบเลย  นึกว่าไฟล์ยังทำไม่ครบ ตรวจไปตรวจมา อ้าวกูทำแล้วหนิหว่า .... เหอะ ๆ แล้วก็เลยนั่งคุย ๆ กันได้ซักพัก  พี่ต้นก็โทรมาหาบอกว่าน้องไปรับไฟล์ HO ที่คุณหนึ่งด้านบนนะ  ไอ้เราก็ครับ ๆ พี่  เราก็เลยขอ flash drive จากโอ๊ด  แล้วก็เดินขึ้นไปเข้าลิฟท์ได้ซักพัก  คุณพี่ต้นก็โทรมาอีก  แล้วก็บอกเราว่าน้องอยู่ไหนแล้วครับ  เราก็ตอบว่าอยู่ในลิฟท์ครับกำลังขึ้นไปพี่  พี่เค้าก็บอกว่าไปหาคุณหนึ่งรับไฟล์เชียงใหม่ แล้วก็ไฟล์วันที่ 9 กับคุณหนึ่ง  เราก็เดินเข้าไปหาพี่หนึ่ง  แล้วก็เจอพี่เค้าวุ่น ๆ นิด ๆ เราก็ทักทายพี่เค้าตามปกติ แล้วก็บอกพี่เค้าว่ามาเอาไฟล์  พี่เค้าก็บอกให้เอา flash drive ไปเสียบเลยครับ  แล้วซักพักน้องโบก็ขึ้นมา ก็ทักทายกันนิดหน่อย  แล้วเราก็คุยเรื่องไฟล์กะคุณหนึ่งต่อ  จนก็อบไฟล์เรียบร้อย  เราก็ลงมาหาคุณพี่โอ๊ด แล้วก็แตกไฟล์ที่ได้รับมา  แล้วก็ซักพัก พี่เค้าก็โทรมาถามว่าน้องได้รับไฟล์แล้วใช่ไหมครับ  มีไฟล์อะไรบ้าง  เราก็บอกพี่เค้าไป  แล้วเค้าก็บอกว่าให้ทำตามที่ได้ไปก่อน  เดี๋ยวพี่เข้ามา  เราก็ทำงานกับโอ๊ดไปเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ เที่ยงครึ่งก็เลยตัดสินใจไปกินข้าวกัน (วันนี้ไม่มีเจ้ามือ เหอะ ๆ โอ๊ดเซ็ง 555)  แล้วก็ทานข้าวกันเสร็จก็กลับมานั่งทำงานกัน  ... วันนี้ออกแนวเหนื่อย ๆ นิด ๆ เพลีย ๆ คิดมากพอควรเลย  ก็นั่งทำงานไปพรางก็คิดเรื่องอุ๋มไปพราง ๆ  แล้วซักพักพี่ต้นก็มา ก็ถามว่าทำถึงไหนแล้ว เราก็บอกไปว่ายังไม่ค่อยถึงไหนเลยครับ  เพราะว่าต้องดูหลาย ๆ อย่าง พี่เค้าก็บอกทำไปเรื่อย ๆ เออ...ลืมบอกไป เมื่อตอนเช้า ๆ ที่นั่งทำงานไปพราง ๆ ก็ได้คุยเรื่องอุ๋ม  โอ๊ดถามว่าโทรไปคุยกะอุ๋มหรือยัง  เราก็บอกไปว่าไม่กล้าหวะ  กลัวทำให้เค้าไม่พอใจหนัก  พอรู้นิสัยอยู่  เราไม่อยากทำให้เค้ารู้สึกแย่กว่านี้  แล้วเราก็รู้สึกว่าตัวเองแย่ด้วย  เลยไม่กล้าที่จะโทรไปหา  ....มาพูดถึงตอนทำงาน วันนี้ก็ไม่มีไรมากนั่งทำงานกันไปถึงประมาณ บ่าย 3 โมงกว่า 4 โมงมั้ง (จำไม่ได้เว้ย)  คุณชินเพื่อนสนิทอีกคนก็โทรมาหาพี่ต้น คุยเรื่องว่าจะมาช่วยงานด้วย  พี่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร  แล้วก็คุยกันเรื่องงานของสาขาบางแคไป  เราก็นั่งหัวเราะเรื่องที่พี่ที่ดูแลงานฝั่งนั้นแม่งไม่สนใจงานของบางแคเลย  เอาแต่เอาใจงานฝั่ง บางบอน เหอะ ๆ (เพราะมีสาว ๆ 555)  แล้วก็คุย ๆ กันไปซักพัก  ก็วางไป แล้วพี่ต้นก็เลยโทรไปคุยกับพี่วุฒิ ที่ดูแลสาขาบางแค กับบางบอน  ก็เลยถามเรื่องที่ได้เข้าบางแคบ้างหรือป่าว  เรากะโอ๊ดก็นั่งขำ ๆ กัน (มันจะเข้าได้ไงก็ไปดูแลสาว ๆ ที่บางบอน 555)  แล้วก็พี่ต้นก็วางไป เหอะ ๆ เราก็คุยๆ กันเรื่องพี่วุฒิ  แล้วก็ขำ ๆ กันนิดหน่อย แล้วเราก็นั่งทำงานต่อกันเรื่อย ๆ จน ประมาณ 5 โมงพี่เค้าขอตัวไปด้านบน คุยเรื่องงานไรเนี่ยแหละ  แล้วเราก็นั่งทำงานกันไป จนประมาณ 5 โมงครึ่งได้  พี่เค้าก็ลงมาแล้วก็สรุปงานแบ่งงาน แล้วกระผมก็ได้งานกลับมาทำ เป็นงานเร่ง (กูโดนประจำ) พี่เค้าต้องการคืนนี้เลยเราก็ครับพี่ แล้วก็นั่งทำงานอีกซักพักเราก็ออกจากบริษัท  แต่กว่าจะออกได้รอคุณพี่โอ๊ดกระซ๊วก  ช๊อคโกแลตไปอีกแก้วเต็ม ๆ แล้วซักพักตอนเราเดินออกจากห้องมา  ก็เจอน้องโบกะอีกคนลงมาตาตื่นเลย  เพราะของหาย...งุงิ เราทักก็คุย ๆ กันนิดหน่อย แล้วโอ๊ดก็กินเสร็จก็เลยแยกตัวเดินออกจากตึก  ก็คุยกันเรื่องงานนิดหน่อย แล้วก็ไปป้ายรถเมล์ซักพัก โอ๊ดก็ขึ้นรถไปก่อน  แล้วเราก็ยืนรอรถก็คิด ๆ อะไรไปพราง ๆ ก็เรื่องเดิม  เรื่องอุ๋ม  ก็ซักพักรถก็มาเราก็ขึ้น แล้วก็ยืนโหน ๆ ก็มองอะไรไปทั่วก็คิดอะไรไปพราง  จนถึงบ้าน ก็เดินเข้ามา ซักพัก พ่อก็โทรสั่งกับข้าว อะไร เราก็กะจะอาบน้ำ ซักพักก็เด็กมาส่งกับข้าวและ ก็เลยนั่งกินก่อน  กินเสร็จก็ขึ้นมานั่งทำงานต่อซักพักนึง  แล้วก็ลงไปอาบน้ำ  อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ขึ้นมานั่งทำงานต่อ จนเสร็จได้ซักพักเมื่อกี้เองแหละ  แล้วซักพักพี่สาวก็มาบอกให้ใส่เพลงลง Sony Walkman หน่อยเราก็อืม ๆ เดี๋ยวใส่ให้คงใช้เวลาไม่นาน  แต่ที่ไหนได้ ไฟล์ด้านในแม่งมีปัญหา เสียงเพลงเลยไม่มี เลยนั่งเคลีย ๆ พี่สาวเลยบอกงั้นเดี๋ยวมาเอาตอนเช้าแล้วกัน  เราก็อืม ๆ  แล้วก็นั่งแก้ๆ  อยู่ซักพัก ก็ใช้ได้ ตอนนี้ก็นั่งลองอยู่เนี่ย ก็คุย m กะโอ๊ด กะชิน แล้วก็เมื่อกี้ผึ้งมาคุยด้วย เนี่ย ๆ ก็วันนี้มีแค่นี้แหละ ไม่มีไรจะบ่น รู้สึกเหนื่อย ๆ รู้สึกคิดมากนิดหน่อย งานแม่งก็เยอะ  ใจเราก็รู้สึกแย่ ๆ รู้สึกผิด แต่ไม่รู้จะทำไง ทำได้แค่ระบายในนี้แหละ ไม่กล้าโทรไปหาเค้า ไม่กล้ากลัว กลัวว่าเราจะเป็นคนที่เลวมากกว่านี้  กลัวว่าเค้าจะเกลียดเรามากกว่านี้  เฮ้อ!  วันนี้แค่นี้แหละ เดี๋ยวนอนแล้วเพลีย ปวดตา  บายงับ
 
4月9日

วันแย่มาก ๆ วันนึง ของคนเลว ๆ

เรื่องราววันนี้ก็แย่ ๆ วันนี้ตื่นมาก็สายพอควร 7 โมงนิด ๆ ก็รีบอาบน้ำแปรงฟัน เพื่อรีบออกไปทำงาน แต่รู้สึกวันนี้วุ่นวายหลายอย่างลืมนู้น ลืมนี้ กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ 7.40 น. และ คิดว่ากว่าจะไปถึงก็คงเกือบ ๆ 9 โมงพอดี  แต่ตรงข้ามกับถึงเร็วกว่าที่คิด ถึง ประมาณ 8.40 น. (เร็วดีแท้) พอมาถึงก็นั่งรอโอ๊ด (เพื่อนรักคนนึงในกลุ่ม) ก็มาประมาณ เกือบ 9 โมงได้ โอ๊ดมาถึงก็ทำงานที่เหลืออยู่จนเสร็จ เพื่อรอพี่เค้ามา ก็นะ รอไปรอมาไม่มาซะที (รอจนเบื่อ) แล้วในที่สุดพี่ก็โทรมา (ระหว่างนั้นไอ้โอ๊ดแม่งคุยโทรศัพท์กะแฟน อิจฉาวุ้ย) พี่เค้าก็บอกให้เอาไฟล์กับคุณหนึ่งจะได้ทำงาน  ไอ้เรานะก็ไปนะกำลังขึ้นไปอยู่ พี่แก่ท่านโทรมาหาบอกว่าน้อง ๆ ไปเอาไฟล์ Srina มาให้พี่หน่อยพี่จะดู ไอ้เราก็นะครับ ๆ พี่ ก็รีบดุ่ย ๆ ลงไปเอา (ระหว่างนั้นพี่แกบอกเดี๋ยวโทรกลับ) ไอ้เราก็ลงมา เอาไฟล์เข้า flash drive เพื่อนโอ๊ดเสร็จ รอพี่แกโทรมา  แกก็ไม่โทรมา  แล้วกำลังบ่น ๆ อยู่นั่น พี่แกก็โทรมา (ระหว่างนั้นไอ้โอ๊ดยังคุยกะแฟนไม่หยุด -_-" อิฉจาหนักเลย) แล้วพี่ต้นเค้าก็บอกให้เอาไฟล์ไปให้คุณหนึ่งส่งมาให้พี่  แล้วก็รับไฟล์เชียงใหม่กะไฟล์วันที่ 6-7 มาทำด้วย เราก็ขึ้น ๆๆ ไป แล้วก็ให้พี่เค้าส่งไป แล้วก็รับไฟล์มา เราก็ดูพี่เค้าบอกว่ามีไฟล์แค่เชียงใหม่นะ  เสร็จแล้ว เราก็เลยแวะไปคุยกะน้องที่ทำงานด้วยกัน  ถามน้องเค้าว่าเป็นไงบ้างทำงาน มีอะไรเป็นปัญหาไหม แล้วน้องเค้าก็ถามไรนิดหน่อย ซักพักเราก็ลงไปเช็คไฟล์  เวงกรรมไฟล์มีแค่ เชียงใหม่  ไม่พอแถมไฟล์แม่งล็อคข้อมูลอีก (สาดเดือดร้อนกูอีกสิเนี่ย)  เลยโทรไปหาพี่ต้นบอกแกว่า  ไฟล์มีปัญหาเปิดไม่ได้ แล้วก็ไม่มีไฟล์วันที่ 6-7  แกก็บอกว่า รหัสเข้าไฟล์ แล้วก็ยืนยันว่าส่งไฟล์ วันที่ 6-7 มาให้คุณหนึ่งแล้ว เราก็โอเคครับเดี๋ยวผมเช็คดูแล้ว ถ้าไม่มีจริง ๆ เดี๋ยวผมขึ้นไปรับไฟล์จากคุณหนึ่ง  แล้วเช็คก็ไม่มีไฟล์วันที่ 6-7 (แสดเดือดร้อนกูอีกสิขึ้นบนอีกและ) ก็เลยอืม ๆ ขึ้นไปอีก ไปหาคุณหนึ่ง  คุณหนึ่งก็ติดคุยธุระอีก  ก็เลยรอแกคุยเสร็จก็เข้าไปบอกแกว่าไม่มีไฟล์วันที่ 6-7 หรอครับ  พี่เค้าบอกไม่มี มีแค่เชียงใหม่ (อ้าวเดือดร้อนกูอีก) เลยโทรไปบอกพี่ต้น พี่ต้นบอกขอคุยกะคุณหนึ่ง เราก็เออ พอดีพี่เค้าติดคุยธุระอยู่อะครับ  พี่เค้าเลยบอกให้เราฝากบอกคุณหนึ่งให้โทรกลับหาพี่เค้าด้วย เราก็เลยบอกให้ แล้วก็เลยแวะไปคุยกะน้องอีกหน่อยว่าเป็นไงมีปัญหาไรไหม แล้วน้องคนนึงก็ถามคำถามนิดหน่อยเราก็บอกทางแก้ให้ แล้วเราก็เสด็จกลับมาข้างล่าง เพื่อทำงานไฟล์เชียงใหม่ต่อ แล้วก็พอลงมา  แสดเพื่อนคนดีกูก็ยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จ (อิจฉาหนักเลย) ขณะนั้นมันก็คุยโทรด้วยเช็คไฟล์ไปด้วย ซักพักพี่เค้าก็โทรมาบอกให้เช็คไฟล์ไปบางไฟล์เข้าได้  เราก็เลยตัดสินใจ  เอาวะทำก็ทำ เลยเล่นปลด password แล้วเข้าไปทุกอัน ทำไปทำมา ระหว่างนั้นไอ้คุณโอ๊ดก็คุยไปเรื่อย (ทำหงุดหงิดเลยแม่ง)  แต่ก็ไม่ว่าให้คุยไป  แล้วก็ทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จก็เที่ยงนิด ๆ (แม่งวางโทรศัพท์และก่อนหน้านี้ได้ซักพัก โล่งใจไม่อิจฉาและ)  เหอะ ๆ แล้วคุณพี่เค้าก็โทรมาถามระหว่างที่ทำ  น้องทำถึงไหนแล้ว ยังไม่เสร็จไปทานข้าวก่อนก็ได้นะ  เราก็บอกไปว่า ใกล้เสร็จแล้วพี่  พี่เค้าก็บอกว่าอืม ๆ เดี๋ยวพี่เข้าไปแล้วใกล้ถึงและ ... ไอ้โอ๊ดก็ดีใจสิครับ มีคนเลี้ยงข้าว เราก็ทำจนเสร็จ พี่เค้าก็มา  พอพี่เค้ามาก็เอาไฟล์มาให้เพิ่ม  แล้วก็อธิบายไรนิดหน่อย ซักพักเราก็บอกว่าจะขอตัวไปทานข้าว  พี่เค้าก็บอกงั้นไปทานด้วยกัน  แล้วก็เลยเดินออกไปพร้อมกันไปที่ตึก BKI ... ก็จะไปกินที่ประจำแหละ แต่คนเยอะมาก ๆ พี่เค้าเลยบอกนั้นมากินนี่และกัน (ร้านหรูอีก ...)  พอเข้าไปก็เกรงๆ ดิรู้ว่าราคามันแพง  เราก็นะ ดูเมนูไปเมนูมาตัดสินใจพร้อมกะโอ๊ด ก็ตัดสินใจสั่งข้าวผัดอเมริกันไป (สาด 80 แหนะแพงชิบ)  แล้วก็เรียบร้อย พี่ต้นก็บอกน้องสั่งน้ำไรสั่งเลย เต็มที่พี่เลี้ยง ไอ้เราก็เกรง ๆ ใจอะนะ ..ก็เลยสั่งตามน้ำไป  ก็ทาน ๆ กันเสร็จ คิดเงิน แสด 280 บาท ข้าวสามจาน น้ำ 3 แก้ว ..โห ขูดเลือดชัด ๆ ก็พอทานเสร็จเดินออกมา พี่เค้าก็แวะซื้อขนมหน่อย เราก็ยืนคุยกันเรื่องกินข้าวมื้อนี้ ว่าแม่งแพงดีชิบ  ไอ้เราก็เกรงใจพี่แกอะนะ (ระหว่างนั้นก็ฝนตกอยู่)  พี่ต้นก็ซื้อช๊อคแลตมา  บอกว่าเดี๋ยวไปกินในห้อง (ให้พวกกระผมอีก ยิ่งเกรงใจหนักเลยดิ)  ก็ซักพักเลยตัดสินใจเดินฝาฝนไปที่ทำงานต่อ ก็เค้าไป ก็คุยกะโอ๊ดอีกนิดหน่อย ทานน้ำ ทานกาแฟกัน ก็เดินคุยกันไป แล้วก็เข้าห้องไปนั่งทำงานไปได้ซักพัก  อุ๋ม(ที่รัก) ก็โทรมาแล้วก็ถามเรื่องที่เรารู้สึกแย่มาก ๆ  ก็คุยกันไปเราก็พูดไป เค้าก็พูดมา แล้วเค้าก็ร้องไห้ เราก็แบบไม่รู้จะพูดไง  ก็เราผิดจริง ๆ ยอมรับว่าผิด ทำตัวแย่มาก  เค้าก็ต่อว่าเรา (ร้องไห้ไป)  แล้วซักพักเค้าก็วางไป  ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มาก ๆ รู้สึกเสียใจกับการกระทำตัวเอง  รู้สึกเสียใจที่ทำให้เค้าร้องไห้  รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เราทำกับเค้า  รู้สึกเสียใจกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เราก็ไม่คิดเลยว่าเวลาจะเปลี่ยนเราให้เป็นคนละคนได้หนาดนี้  เราก็กลับเข้าห้องไปนั่งทำงาน  เราก็แทบจะร้องไห้  แต่ก็กลั้น ๆ ไว้ เพราะว่าพี่เค้าก็อยู่ ไอ้โอ๊ดก็นั่งข้าง ๆ เราก็ทนนั่งทำงานไป  คิดนู้นคิดนี้ไปทำไป  กะจิตกะใจแทบจะแย่  ฝืนทำสุด ๆ เพราะจำเป็น  ก็ทำไปทำมา พี่เค้าก็ขอตัวไปด้านบนไปทำธุระ  ก็พี่เค้าไป บรรยากาศก็เริ่มอึดอัดเริ่มแย่  โอ๊ดก็คงรู้สึกได้ว่าท่าทีเราแปลกไป  เพราะบ้าเงียบมาก ๆ ไม่พูดไม่จา ไม่อะไรเลยทำงาน ไปพร้อมกับหน้าเศร้า ๆ ก็ทำไปได้จนประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ เราก็เริ่มดีขึ้นบ้าง ก็เริ่มพูดบ้าง  ก็พูดให้โอ๊ดฟัง (ระหว่างนั้นพี่เค้าก็มา ๆ หาย ๆ พร้อมสั่งงานตูเพิ่มอีก) ก็นั่งทำไป ก็คุยเรื่องที่เกิดขึ้นไป  น้ำตาแทบไหล  ก็รู้สึกว่าตัวเองแย่มาก รู้สึกว่าทำไมเราเป็นแบบนี้ เราเป็นคนที่รักเค้าแท้ ๆ แต่กลับทำผิดต่อเค้า ก็บ่น ๆ ไป ซักพักพี่เค้าก็กลับมาก็นั่งทำงานกันไป เราก็นั่งทำงานไปเศร้าไปต่อไปเรื่อย ๆ จน 5 โมงเย็นได้ ก็เริ่มผ่อนคลายบ้างเริ่มคุยกะโอ๊ดมากขึ้น งานก็เคลียไปได้เยอะ  พี่เค้าก็ให้งานมาเพิ่มอีก แล้วพี่เค้าก็บอกว่าจะขอตัวไปก่อน เดี๋ยวไปทำธุระแล้วไปไหนต่อไปรู้ เราก็รอ ๆๆ พี่เค้ากลับมาอีกที ก็ 5.30 ได้แหละมั้ง ก็โอเคพี่เค้าบอกว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เราก็เลยตัดสินใจกลับกัน  ก็เดิน ๆ ไปคุยกันไปเรื่องอุ๋ม ว่ากูผิดเอง กูมันแย่ แล้วก็เดินไปยืนรอรถ ซักพักโอ๊ดก็ไปก่อน ไอ้เราก็ยืนมองรถไป มองฟ้าไป คิดว่าทำไมเราถึงเป็นคนแบบนี้  ทำไมเราต้องทำให้เค้าเสียใจ  ร้องไห้  แล้วซักพักรถก็มาระหว่างนั้นเราก็ไม่ได้หยุดคิด มองไปรอบ ๆ ก็รู้สึกน่าเบื่อไปหมด มองฟ้า ก็คิดไปเรื่อย จนถึงบ้าน ก็เดินแบบสภาพแย่ๆ หมดทั้งกำลังใจและกำลังกาย  กลับมาก็เปลี่ยนชุดอาบน้ำได้เสร็จ  ก็คิด ๆ ไรไปเรื่อย ๆ ก็นั่งทำงานไปพราง ๆ  แล้วซักพักพ่อเรียกทานข้าวก็เลยลงไปทาน แล้วก็พอทานเสร็จก็กลับมาทำงานต่อ ก็คิดไรไปเรื่อยเปื่อย  แล้วพี่สาวก็มาบอกว่าช่วย write แผ่นให้หน่อย เราก็ write ให้ไป แล้วก็คุยเรื่องงานที่บริษัทด้วย  แล้วซักพักพี่สาวก็ไป  แล้วเราก็นั่งทำงานไปพราง ๆ โอ๊ดก็ทักมาว่าทำไรอยู่  เราก็บอกไปว่านั่งทำงานอยู่ เรื่อย ๆ เครียด ๆ แล้วก็เลยคุยเรื่องนี้กันอีกรอบ  โอ๊ดก็บอกให้เราง้ออุ๋ม  ตัวเราเองก็อยากง้อ แต่ไม่รู้จะเริ่มไง  รู้ว่าตัวเองผิด รู้ว่าตัวเองทำตัวแย่ ๆ  เราก็คิดว่าเค้าจะให้อภัยเราได้ไง  เราทำให้เค้าเสียใจเสียความรู้สึกขนาดนี้  เรากลัวว่าการที่เราพูดไรไปยิ่งทำให้เค้ารู้สึกแย่กับเรามากกว่านี้  เราก็เลยไม่กล้า  คุยกันไปได้ซักพัก พี่ต้นก็ออนมา เราก็เลยทักแก แล้วก็ทำงานไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ ก็บอกพี่เค้าว่าไฟล์มีไฟล์มีปัญหาเยอะ ผมขอส่งกลับนะ พี่เค้าก็ถามว่ามีปัญหาอะไรเยอะไหม  เราก็บอกไป  พี่เค้าบอกงั้นหยุดตรวจ  แล้วพี่แกเล่นส่งไฟล์ใหญ่โคตร ๆ มาให้  (กะให้กูทำให้ตายเลยใช่มะ ตั้ง 128 mb) แล้วเราก็บ่น ๆ ไป พี่แกบอกงั้นไม่ต้อง เลยส่งไฟล์อีกอันมาให้ โหลด ๆ อยู่พี่แกหลุดเฉย เลยไม่ได้โหลดต่อ  เราก็เลยนั่งคุยกะเพื่อนโอ๊ดอีกซักพัก แล้วเราก็เลยมานั่งอัพ space ใจก็นึกเรื่องไรไปเรื่อย  รู้สึกแย่  รู้สึกว่าทำไมตัวเราต้องทำให้คนที่เราบอกว่าเรารักเค้านักรักเค้าหนาต้องเสียใจ  ทำไมเราต้องทำตัวแบบนี้  ทำไมเราถึงเป็นคนแบบนี้  เฮ้อ แย่ชะมัด  คิดแล้วก็อยากร้องไห้กับความบ้า ความโง่ ความไร้สาระของตัวเอง  ที่ทำตัวเอง  ทำให้คนที่เค้ารักเราเสียใจ  เราอยากขอโทษ  อยากให้เค้ามีความสุข  อยากให้เค้าดูแลตัวเองดี ๆ นะ  แต่เราคงไม่มีคุณสมบัติพออีกแล้วต่อจากนี้  เพราะเรามันเลวเกินไป  เฮ้อ! เหนื่อยจัง  วันนี้แค่นี้แล้วกันยิ่งพิมพ์ยิ่งอยากร้องไห้
 
 

กลับมาอีกครั้งนึงหลังไม่ได้อัพนาน

โอ้วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมาก  ๆอีกวันนึงเลยครับพี่น้อง  หลังจากที่ได้งานมาแล้วก็ลุยงานอย่างตรากตรำมาเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว  เล่นตูแทบจะตาบอดแล้ว เหอะ ๆ  วันนี้ก็ตื่นมาตามไม่ปกติเท่าไหร่ เพราะทุกทีเสาร์อาทิตย์จะตื่นเช้านะ แต่ช่วงหลังนี้ค่อนข้างสายขึ้นทุกที  วันนี้ก็ตื่นมาตอนเวลาประมาณ 8.40 น. (สายหวะกู)  วันนี้ก็ปกติสุข ตามสภาพ ตื่นมากูก็ซัดการ์ตูนก่อนเลย .. ดูดราก้อนบอลไป ... สาด เซ็งจิต ตื่นมาเกือบจบ เหอะ ๆ ... แล้วก็พอดูจบ ก็แปรงฟัน แล้วก็กินข้าว  แล้วก็มานั่งทำงานเป็นภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากพี่ต้น ... ก็ทำ ๆๆๆๆ ยึก ๆๆๆๆ จนประมาณ เกือบ ๆ เที่ยงก็จบสิ้นไปแล้ว พี่เค้าก็โทรมาบอกว่าน้องวันนี้ทำงานที่เหลือเสร็จก็พอนะ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่เรื่องไฟล์ชุดต่อไป  เหอะ ๆ เหมือนทำให้ข้าพเจ้าปลดปล่อยมากมาย เหมือนหลุดจากบ่วงที่ถูกบีบไว้มานาน (โอ๊ย พระเจ้าจอร์จ กูโล่งโว้ย)  เลยซัดเกมเข้าไปซะเลยดั่งใจหมาย หลังจากไม่ได้เล่นมานาน  ก็เล่นไปซะ 3 ชม.ติด ๆ  เล่น ๆๆๆ เข้าไป ก่อนไม่ได้เล่น (เหอะ ๆ บ้าไปแล้ว)  จนมาถึงเวลาประมาณ 15.20 นาที ก็ได้เวลานัดที่จะนั่งดูหนังแล้วครับท่าน (เรื่องโปรด)  ก็นั่งดูซะ นอนดูบ้าง ขัดรองเท้าอีกกู  จนเรียบร้อยจบสิ้นตอนเวลาประมาณ 17.00 น.  ก็ได้เวลาออนเกมต่อแล้ว (ภาระไม่มีเว้ยเล่นได้) ก็เล่น ๆๆๆๆ จนเวลาประมาณ 18.30 น. ก็จนได้ครับท่านโดนด่าเรื่องเกมอีกแล้วครับ (เครียดเลยกู) แล้วและก็ เวลาประมาณ 19.00 น. ก็โดนเรียกตัวไปทานข้าว (เวลานัดทำภาระกิจในเกม 19.30 น.) ปั่นยิ๊ก ๆ เลย กินกระจาย กินเสร็จก็รีบขึ้นมา (พอดีเลยกู) ก็ไปดำเนินภาระกิจกันเวลาก็ล่วงเลยไปถึง 2 ทุ่มครึ่งครับท่าน ภาระกิจก็ยังไม่ได้ทำในใจคิด "อะไรกันเนี้ย กูจะหลับ" จนล่วงเลยไปเวลาประมาณเกือบ 3 ทุ่ม ก็ได้เริ่มซะที  ก็เข้าไปสิครับ วิ่งไปเลยพี่น้อง โดนตูมตายก่อนเลยครับท่าน เข้าไปคนแรกเลย มอนวิ่งมาไม่ได้ตั้งตัว ก็ดับสิครับท่าน แล้วก็ชุบ ๆ ฟื้นขึ้นมา ก็บู้ต่อไปจนถึงหน้าทางเข้ารอประตูเปิด ก็วิ่งเข้าไบบูผ่านไปได้ด้วยดี พอไปถึงโซนสอง ก็เกิดเรื่องจนได้ครับท่าน คือคนอีกฝั่งผ่านข้ามไปด้านในได้แต่พวกกระผมผ่านไม่ได้ ก็เลยต้องออกมาเริ่มต้นใหม่กัน ....รอบแรกผ่านไปอย่างล้มเหลวโคตร ๆ พอมาเริ่มรอบสอง เวงกรรม คนหายไปเหลือไม่กี่คน ต้องรอรวมคนอีกซักพักใหญ่ ๆ จนรวมคนได้พอควร ก็เข้าไปตั้งหลักกันใหม่  พอเข้าไปได้รอบนี้ไปได้สวยพอควรครับท่าน เพราะว่าคนพร้อมใจกันแล้วเป็นสเต็ป เป็ฯแผนกว่ารอบแรกมาก ก็ไล่ ๆ ผ่านไป .. จนมาโซนสองก็ยังลุย ๆ ส่งคนอื่นข้ามไปได้ (แต่นะคนที่ข้ามไปตายห่าหมด) แต่โชคดีที่คนอีกฝั่งที่แยกกันไปมาช่วยทัน ก็เลยผ่านจุดนั้นไปได้ แต่ก็เกิดปัญหาคนติดค้างเล็กน้อย  คือ  เกิดมีคนตกค้างเล็กน้อย แต่ก็ผ่านข้ามมาได้หมด แล้วก็มาเจอไอ้หัวหน้าจอมเวทโหดโคตร ๆ ยิงกันโคตรนาน กว่าจะฆ่าแม่งได้ (ตัวเฮี้ยไรเก่งชิบหาย) ทั้งยิงแรง ทั้งเวทมึน ทั้งโคตรเวท กระหน่ำตายกันกระจาย แต่ก็ยังดำเนินผ่านไปได้ กว่าจะผ่านล่อสู้กะแม่งเกือบ ครึ่งชม. (เกือบถอดใจแล้วเจอตัวเฮี้ยเนี่ย) แล้วก็ผ่านไปถึงโซนสุดท้าย สุดตีน บอสแม่งเดินไม่ได้ก็จริงแต่เวทแม่งสุด ๆ กว้างโคตร ๆ ต้องบู๊ ๆ ถอยๆ เวลาภาระกิจก็เกือบหมด ดิ้นรนกันสุดชีวิตกว่าจะฆ่าแม่งได้ ก็ล่อไปซะเหลือเวลาแค่ 1 นาที กว่า ๆเอง สุดตีน ล้มแม่งได้ก็ผ่านภาระกิจไปได้ แล้วคุณพี่อ๋องก็เล่นซะตกใจ บอกว่าไม่ได้ของที่ทำภาระกิจ ...โอ้! จอร์จ ใจหล่นไปตาตุ่ม (แสดเหนื่อยแทบตาย) แล้วก็ผิดคลาด พี่แก้หยอกทุกคนเล่น เหอะ ๆ ใจหายวาบเลยครับท่าน  และแล้วภาระกิจในเกมก็จบลงไป  แล้วคุณพี่ต้นก็โทรมาตามเรื่องงาน ก็เลยลาทุกคนในเกมออกมาเพื่อรับไฟล์งานพรุ่งนี้  แล้วก็เลยทักคุณรุ่นน้อง (น้องรีส) ก็เกิดเรื่องอีก .. งอนกันเฉย เฮ้อ! ไม่อยากจะกล่าว ช่างมันเหอะ (เพราะผิดที่กูเอง กูแม่งเฮี้ย)  แล้วก็ดันมีปัญหาเรื่องไฟล์งานอีกสุดตีน ส่งผ่าน m ไม่ได้ เน็ตคุณพี่ต้นเค้ามีปัญหา เลยไม่ได้รับไฟล์พี่เค้าเลยบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปให้ที่ออฟฟิศ (สบายพวกกูดิ) ...แล้วก็เนี่ยมานั่งทำ space บ่นเล่นเยแหละ เหอะ ๆ มัน ๆ พิมพ์เยอะดี สะใจกู  นาน ๆ จะมาทำ space ซักทีเอาซะหน่อย พิมพ์ให้แม่งบานเลยสาด .... แค่นี้แหละง่วงและ ไว้จะมาใส่อีกถ้าว่าง และถ้าไม่ขี้เกียจ หุหุ
 
3月7日

อย่าบอกว่า . . .รักใครเท่ากัน

อย่าบอกว่า . . .รักใครเท่ากัน

ข้อมูลจาก Forward Mail
แต่งโดย ดอกดิน
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

โดยปกติ คนเรา . . . มีใจเดียว
แต่สามารถมอบความรัก . . . ให้ใครต่อใครได้หลายคน
แต่ละคน . . . ที่รัก . . . มักจะรักไม่เหมือนกัน

แต่ละคน . . . ก็มีหน้าที่ ความสำคัญ . . . แตกต่างกันไป
ขนาดเพื่อน . . . ที่ว่ามีได้หลายคน
กับบางคน . . . ยังคุยได้เฉพาะบางเรื่อง
สนิทมากกว่า น้อยกว่า . . . ยังรู้สึกได้

เช่นกัน . . . ทุกคนก็อยากมีที่ยืน . . .
ในพื้นที่หัวใจใครสักคนเพียงหนึ่งเดียว . . . ในหนึ่งหน้าที่ . . . ที่สำคัญ
ไม่มีใคร  . . . อยากให้ใครมาแบ่งเนื้อที่ให้มันเล็กลง
หรือมายืนแทนที่ . . . ที่เราอยู่ . . . สักเท่าไร

อย่าบอกว่า . . .รักใครเท่ากัน หรือเหมือนๆ กัน
คนเรา . . . ถ้าอะไรที่มีอยู่แล้ว . . . มักไม่แสวงเพิ่ม
แต่ . . .มักจะเสาะหาสิ่งใหม่ ที่คิดว่าขาด
เพื่อเติมเต็ม . . . สิ่งที่มีอยู่เท่านั้น
จนบางครั้ง . . . กลายเป็นคนไม่รู้จักพอ

ความรัก . . . ถ้ามันมีเจ้าของที่ . . . ของมันอยู่แล้ว
เก็บไว้ . . .ให้เขาคนนั้น
อย่า . . . เอาใครมาทำหน้าที่ซ้ำซ้อน. . .
กับใครอีกคนในใจเรา . . . ให้เหนื่อยเลย
เมื่อถึงเวลาต้องเลือกจริงๆ คนเจ็บไม่ได้มีแค่หนึ่ง
แต่เป็นสอง หรือสามเลยก็ได้ . . .

 

2月1日

เพลงเศร้า ๆ

รอยแผลที่มองไม่เห็น
เป็นแผล  ตามกายกี่แผล  ก็พอรักษาถูก  ยังเห็นเป็นรอยให้รู้ว่าตรงไหน  แต่ว่าแผลภายในใจ  จะรักษามันได้อย่างไร  จะเยี่ยวยายังไงก็ไม่รู้  อีกกี่วัน  อีกกี่ปี  อีกนานซักเท่าไหร่  จะหายดีอีกนานไหม  ที่ต้องทรมานเจียมตายเรื่อยไป   เกลียดรอยแผลที่มองไม่เห็นข้างในใจ  จากคนเคยรักกัน  รอยแผลบนกายกี่แผล  ร้ายแรงซักเท่าไหร่  เจ็บน้อยกว่าหนึ่งบาดแผลข้างในใจ  แต่ว่าแผลภายในใจ  จะรักษามันได้อย่างไร  จะเยี่ยวและยายังไงก็ไม่รู้  อีกกี่วัน  อีกกี่ปี  อีกนานซักเท่าไหร่  จะหายดี  อีกนานไหม  ที่ต้องทรมานเจียมตายเรื่อยไป  เกลียดรอยแผลที่มองไม่เห็น  ข้างในใจจากคนเคยรักกัน  อีกกี่วัน  อีกกี่ปี  อีกนานซักเท่าไหร่  จะหายดีอีกนานไหม  ที่ต้องทรมานเจียมตายเรื่อยไป  เกลียดรอยแผลที่มองไม่เห็นข้างในใจ  จากคนเคยรักกัน
 
เครื่องบินกระดาษ
แม้ไม่อยาก  ก็ต้องทำใจ  ชีวิตของใครก็ต้องเลือกเอา  แค่ใจสั่ง  เมื่อคิดเรื่องเก่า  ทุกครั้งที่เราเคยมีกัน  เหมือนความรักที่พาเราสองล่องลอยขึ้นไป  เหมือนหนทางกำลังจะสดใส  ไม่เคยได้รู้ว่าแท้จริง  ยิ่งนานก็ยิ่งห่าง  ความรักมันไม่ใช่ทุกอย่างของหัวใจ  อยากให้คนดี ๆ มารักเธอ  ขอให้เค้าได้พาเธอล่องลอยไปไกล  อยากบอกเธอจริงๆ ว่าฉันเสียใจ  ที่ฉันไม่ดีพร้อม  ฉันยอมให้เธอจากไป  ฉันยังเจ็บแต่เริ่มเข้าใจ  ความฝันของใครก็คงต้องดี  ฉันจะจำ ทุก ๆ นาที  กับเรื่องดี ๆ เอาไว้ในใจ  แค่เครื่องบินกระดาษคงล่องลอยไปได้ไกล  ล่วงลงดินก็ไม่มีความหมาย  พึ่งจะได้รู้ว่าแท้จริง  ยิ่งนานก็ยิ่งต่าง  ถูกแล้วที่เธอทำทุกอย่างเพื่อหัวใจ  อยากให้คนดี ๆ ซักคนมารักเธอ  ขอให้เค้าได้พาเธอล่องลอยไปไกล  อยากบอกเธอจริงๆ  ว่าฉันเสียใจ ที่ฉันไม่ดีพร้อม  ฉันยอมให้เธอจากไป  อยากให้คนดี ๆ ซักคนมารักเธอ  ขอให้เค้าได้พาเธอล่องลอยไปไกล  อยากบอกเธอจริง ๆ ว่าฉันเสียใจ  ที่ฉันไม่ดีพร้อม  ฉันยอมให้เธอจากไป.....ฉันยอมให้เธอจากไป......ฉันยอมให้เธอจากไป......ฉันยอมให้เธอจากไป
 
 
12月10日

ผมและเธอ...บนทางเส้นขนาน


ผมและเธอ...บนทางเส้นขนาน

ผมบอกว่าความรักก็เหมือนกับเส้นด้ายบางๆ หากขาดไปแล้ว ผูกอย่างไรก็มีปม

          เธอบอกว่าความรักเหนียวแน่นคงทนกว่านั้น มันเปรียบเสมือนผืนผ้ามากกว่าแม้เส้นด้ายจะขาดไปสักเส้น ผ้าก็ยังเป็นผ้าได้อยู่
 


          ผมไม่พกมือถือ ด้วยเหตุผลว่าพระนเรศวรทรงกู้เอกราชได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่าย GSM

          เธอพกมือถือ 2 เครื่องด้วยเหตุผลว่าที่ไทยเสียเอกราชไปเพราะไม่มีเครือข่าย GSMใช้ 

      

          ผมใส่กางเกงตัวละ 129 บาทด้วยเหตุผลว่าจะยี่ห้ออะไรก็ปิดไอ้นั่นได้มิดเหมือนกัน

          เธอใส่กระโปรงราคาตัวละหลายพันบาท ด้วยเหตุผลว่า มันปลอดภัย ถ้าเกิดไฟไหม้กระโปรงที่เธอใส่ เนื้อผ้าจะไม่ละลายติดเนื้อผิวของเธอ 

  

          ผมไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก อะไรจะมากกว่ากันแต่ผมว่าขนมครกอร่อยและถูกกว่าเป็นไหนๆ

          เธอไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครกอะไรจะมากกว่ากันแต่เธอชอบกินพิซซ่า ด้วยเหตุผลที่ว่าขนมครกบางร้านเท่านั้นที่อร่อย แต่พิซซ่าฮัททุกร้านมีมาตรฐานเดียวกัน
 



          ผมใช้ปากกาด้ามละ 5 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไงมันก็เขียนได้และมันมักจะหายไปทุกครั้งก่อนที่ไส้จะหมด

          เธอใช้ปากกายี่ห้อ cross ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไงมันก็เขียนติดกระดาษไม่ต้องสะบัดก่อนใช้และไม่เลอะเทอะกระเป๋าเสื้อของเธอ 



          ผมชอบทำงานอิสระทำตามจินตนาการของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครบังคับไม่ต้องผูกมัดกับระบบ

          บัตรตอกทำงานของเธอไม่เคยขึ้นตัวแดงเธอกลับค่ำทุกวันเพราะงานทำให้เธอมีระบบ ระเบียบ และเห็นคุณค่าของชีวิต 



          ผมรักตัวของผมเองมากกว่าใครๆ ด้วยเหตุผลว่าไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อใครๆ มากมายขนาดไหนความสุขทางใจที่เราได้ ก็ได้กับตัวเอง

          เธอรักครอบครัวของเธอมากกว่าสิ่งใดๆ ด้วยเหตุผลว่าถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีเธอเกิดมาให้ป่าวประกาศว่าฉันรักตัวฉันเอง 



          คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่ผมว่า หาดทรายจะแปรเปลี่ยนไปทุกครั้งตามคลื่นที่กระทบฝั่งแต่แม้จะเปลี่ยนอย่างไร ทรายก็ยังเป็นทรายและคลื่นก็ยังเป็นคลื่นไม่เปลี่ยน

          คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่เธอว่าไม่ว่าน้ำทะเลจะขึ้นจะลงอย่างไรคลื่นก็ยังขยันซัดกระทบฝั่ง 



          ผมบอกว่าถ้าไม่มี "ความว่าง" แล้ว "ความมี" ก็ไร้ความหมายเพราะความมีต้องวางลงบนความว่าง

          เธอบอกว่าถ้าไม่มี "ความมี" แล้ว "ความว่าง"จะมีประโยชน์อะไรมันคงไร้ความหมายเพราะมีความมีความว่างจึงก่อเกิดการเปรียบเทียบ 



          คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0 - 100 แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก100 - 0 ผมแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายแค่ 0 - 1 เหมือนไบนารี่ทำดีมากมายขนาดไหนก็เป็นเพียงแค่ 1 หากผิดพลั้งไป จะเหลือเพียง 0

          เธอแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายไม่ใช่ 0 - 1 และไม่ใช่ 0 - 100 แต่เป็นจาก 100 - 200ห ญิงรักชายได้ 100 และจะมากขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เธอปรารถนา 



         
          ผมเหมือนกับแก้วใสๆ จะเห็นคุณค่าตัวเองก็ต่อเมื่อมีเธอเป็นน้ำมาเติมเต็ม

          เธอเหมือนกับน้ำใสๆ เธอจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีภาชนะมารองรับ




          ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนานที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกัน



ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนานถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกัน แต่เราก็จะตีคู่ไปด้วยกันเสมอเพราะเธอชอบกินไข่แดงแต่ผมชอบกินไข่ขาว เราจึงอยู่ด้วยกันได้ในไข่ใบสีน้ำเงินใบนี้

ความสุข . . . หาได้จากที่ไหน?

ความสุข . . . หาได้จากที่ไหน?

ความสุข . . . ความพึงพอใจ . . . ของแต่ละคน มีไม่เท่ากัน
บางคน . . . มีเงินทองมากมาย
แต่ . . . หัวใจไม่มีความสุข . . . รุ่มร้อน . . . ทุรนทุราย

แต่ใครจะรู้บ้างว่า  . . .
แท้ที่จริงแล้ว . . . ความสุขหาได้จากทุกหนทุกแห่ง
จาก . . . ดอกไม้เล็กๆ ข้างทาง
จาก . . . สายลมเย็น ที่นำมาซึ่งความชุ่มฉ่ำใจ
จาก . . . รอยยิ้มจริงใจ จากคนรอบข้าง

ความสุข. . .ไม่จำกัดที่เพศหญิง หรือชาย
ความสุข. . .ไม่ขึ้นกับอายุ
ความร่ำรวย. . .ไม่นำมาซึ่งความสุข

ความสุขหาได้ง่ายๆ
เพียงแต่ . . . เลิกกำหนดตัวเองว่า . . .
อย่างนี้คือสุข  . . . อย่างนั้นคือสุข
ความสุข . . . เริ่มต้นเมื่อใจเป็นสุข
หากใจเราเป็นสุข  . . . ความสุขก็สามารถหาได้ทุกที่ค่ะ

12月1日

ข้อคิดดีๆ . . . ของคนที่ไม่เหลือใคร

ข้อคิดดีๆ  . . . ของคนที่ไม่เหลือใคร

หากคุณโดนทิ้ง และเสียใจ . . .
จงคิดไว้ว่า . . . คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกที่อกหัก
ไม่มีใครไม่เคยเสียใจ . . . ทุกคนเจ็บช้ำมาแล้วทั้งนั้น

ความเหงา . . . อาจทำให้รู้สึกอ้างว้าง
. . . แต่ไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวด จงรักในขอบเขตที่จะรักได้  . . .
เพราะคนบางคนเกิดมาเพื่อ . . . จะให้เรารัก
แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อ . . . เป็นของเรา

คิดไว้ซะว่า . . . เมื่อก่อนเราไม่มีเค้า
เราก็อยู่ได้  . . . ตอนนี้ไม่มีเค้า จะต้องไปแคร์อะไร

อย่าคิดว่าเค้าคือคนที่ดีที่สุด  . . .
ถ้าเค้าคือ คนที่ดีที่สุดจริงๆ เค้าคงไม่ทำให้คุณเสียใจขนาดนี้
ลองเปิดใจหาคนใหม่  . . .

เคยได้ยินคำนี้มั๊ย "เหนือ ฟ้า ยัง มี ฟ้า"
. . . ยังมีคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ยืนรออยู่ข้างหน้า  . . . ก้าวเดินต่อไป อย่าย่ำอยู่กับที่
อย่าเดินถอยหลังไปหาอดีตที่ทำให้คุณเสียใจ

วันนี้อาจเป็นวันที่ฝนตก ฟ้าครึ้ม . . .
จงนึกไว้เสมอว่า . . . ต้องมีซักวันที่อากาศสดใส
. . . พรุ่งนี้ต้องเป็นของเรา . . .

เหมือนกับเนื้อเพลง เพลงหนึ่ง (จำไม่ได้ว่าเพลงใคร) ที่บอกว่า . . .

เคยมีใครหนึ่งคน ได้บอกฉันมา . . . ว่าใครทำให้เราต้องเจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาซักอัน
และเอาใส่มือนั้น และบีบมันไว้  . . .

บีบให้แรงจนสุดมือ ให้มือทั้งมือมัน เริ่มสั่น
ใครคนนั้น ยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ . . . ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง

ให้เธอคิดเอาเองว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ . . .  ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ ถูกเค้าทำร้าย
เพราะใจเธอแบกรับมันเอง (คุณว่าจริงม๊ะ)

พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ . . .
และวันนี้ . . . ต้องผ่านไป อย่างมีค่า
ความหวังยังไม่ไกล หากใจจะคว้า
ขอเพียงอย่า ท้อแท้ . . . แ ค่ นั้ น เ อง . . .


11月28日

หากต้องเลือก . . . หรือเป็นตัวเลือก


หากต้องเลือก . . . หรือเป็นตัวเลือก

เคยมั๊ย . . . ? รักคนที่มีแฟนแล้ว
หรือ  . . . รักคน พร้อมกัน 2 คน

ถ้า ณ วันหนึ่ง เรารักคนที่มีแฟนแล้ว . . .
ก็คงหวังเล็ก ๆ ให้เขาเปลี่ยนใจ . . . มารักเราบ้าง
ถึงจะรู้สึกผิด . . . ที่คิดแย่งเขามา
แต่ก็อยากจะเป็นตัวเลือก  . . .

ไม่ผิด . . . หากเราจะรักใครสักคน
ไม่มีใครสามารถห้ามใจใครได้
แต่จงทำใจ  . . . และเผื่อความเสียใจไว้ด้วย
หากกล้าที่จะรัก (ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้)
ก็อย่ากลัวที่จะเสียใจ  . . .

ถ้าเขาเลือก ก็ยินดีด้วย   . . .
แต่ ถ้าเขาไม่เลือก . . . อย่าโทษว่าเราไม่ดี หรือใครผิด
ถ้าผิดคงผิดที่เวลา  . . . ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป

คนดีไม่จำเป็น . . . ต้องสมหวังในความรักเสมอไป
ไม่มีใครที่ดีบริสุทธิ์ . . .   หรือเลวบริสุทธิ์

ถ้า ณ วันหนึ่ง . . .  เรารักคน 2 คน
และถึงเวลาที่เราต้องเลือก  . . .จงปล่อยไปตามหัวใจ
แล้วเลือกในสิ่งที่เราต้องการ . . .

เลือกคนที่ได้ใจเราไป . . . ให้ตัวมันตามไปอยู่ด้วย
เพราะเมื่อใดที่หัวใจ กับตัวมันแยกกันอยู่  . . .
ตัวมันจะอยู่อย่างซังกะตาย 
. . . เพราะมันไม่มีชีวิตจิตใจ

เรื่องความรักไม่มีใครถูก  ไม่มีใครผิด 
. . . ระหว่างคน 3 คน ต้องมีคนหนึ่งที่เสียใจเสมอ
แต่เสียใจแค่หนึ่งคน ดีกว่าเสียใจทั้ง 3 คน
 

. . . ไม่มีคำว่าสงสาร
ถ้าจะสงสาร . . . ควรสงสารตัวเองก่อน
ถามตัวเองซิว่า . . .  คบด้วยความสงสาร
แล้วเรามีความสุขมั๊ย?

ไม่มีคำว่ายุติธรรม  . . .
คนมาก่อนไม่จำเป็น . . . ต้องได้ครอบครอง
คนมาทีหลังไม่จำเป็น . . . ต้องเสียสละ

ชีวิตเป็นของเรา  . . .  จงเลือกเองแล้วจะได้ไม่โทษใคร
เรามีสิทธิ์ที่จะเลือก (ตราบเท่าที่เรายังไม่มีครอบครัว)
อย่ารักใครทั้งหมด . . .
เหลือความรักให้ตัวเองบ้าง  . . . แม้สัก 1% ก็ยังดี

เผื่อใจไว้บ้าง ในวันที่ต้องเสียใจ
หากกล้าที่จะรัก   . . . อย่ากลัวกับคำว่าเสียใจ
ไม่มีความแน่นอนในใจคน

ความรักไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด
ไม่มีความถูกต้อง  หรือ ไม่ถูกต้อง
ไม่จำเป็นต้องมีความยุติธรรม 
ไม่จำเป็นว่าใครมาก่อนมาหลัง
 เราไม่สามารถบังคับใจใคร ให้รัก  หรือ ไม่รักเราได้
 และ ใคร ก็ไม่สามารถบังคับใจเราได้เช่นกัน

"คนรัก" ไม่ใช่สิ่งของ 
เขามีขา  และเราไม่สามารถผูกมัดเขาไว้ได้ด้วยเชือก
 แต่มัดไว้ได้ด้วยใจ อย่าล้อเล่นกับ  ความรัก...
 มิฉะนั้น ความรักจะล้อเล่นกับเรา เหมือนกัน


11月12日

แก้มข้างไหนจริงใจกว่ากัน??

จูบแก้มข้างไหนจริงใจกว่ากัน?? 


           แม้เป็นการทักทายที่อบอุ่น แต่บางครั้งการจุมพิตก็สามารถฟ้องถึงความเย็นชาของผู้จูบ ชาย-หญิง 80% ทั้งที่ถนัดซ้ายและถนัดขวา มักหันหน้าไปทางขวาเมื่อเข้าหาเป้าหมาย ขณะที่อีก 20% ที่หันไปทางซ้ายขณะโน้มเข้าหาเป้าหมายนั้น นักวิจัยระบุว่า เป็นการทักทายที่ 'ไร้อารมณ์'

          จากการศึกษาอาสาสมัครนับร้อย และการสังเกตการแสดงความรักในที่สาธารณะ นักวิจัยพบว่า วิธีหอมแก้มแสดงถึงบุคลิกลักษณะส่วนตัวบางประการของผู้กระทำ  ดร.จูเลียน กรีนวูด จากมหาวิทยาลัยสแตนมิลส์ในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ เปิดเผยว่า สิ่งที่พบคือ คนที่หันหน้าไปทางซ้ายไม่ได้ทักทายอย่างอบอุ่นจริงๆ เนื่องจากใช้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์น้อยกว่า เช่นเดียวกับการส่งจูบที่ดาราชอบทำกัน ซึ่งถือเป็นการทักทายอย่างไร้อารมณ์อีกแบบ

           เรื่องราวการจุมพิตถูกบันทึกไว้ครั้งแรกในคัมภีร์พระเวทเมื่อ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล มาถึงสมัยอาณาจักรโรมันมีการห้ามประชาชนจูบกัน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อทางผิวหนัง

           ทว่า นักวิจัยปัจจุบันกลับพบประโยชน์ของการจุมพิต เช่น การศึกษาของญี่ปุ่นระบุว่า การจูบกันอย่างดูดดื่มนาน 30 นาทีจะช่วยป้องกันโรคไข้ละอองฟาง ซึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง เนื่องจากระหว่างการจูบ ร่างกายจะผ่อนคลายและกระตุ้นการผลิตฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารที่ผลิตโดยเซลล์ส่วนที่ตอบสนองต่อการแพ้ละอองเกสรดอกไม้ ผลการศึกษาอีกชิ้นแสดงให้เห็นว่า 88% ของคู่รักที่มีความสุขและมีความสัมพันธ์ยาวนาน มักมีขนาดปากใกล้เคียงกัน โดยริมฝีปากผู้ชายมีแนวโน้มบางกว่า

           นอกจากนั้น การศึกษาของมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ยังพบว่า ผู้หญิงที่มีริมฝีปากอวบอิ่มมีแนวโน้มมากขึ้นถึง 28% ที่จะถูกมองเป็นเพียงคู่เดทชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ผิดกับผู้หญิงที่ริมฝีปากบางที่มีแนวโน้มถึง 57% ที่จะมีความสัมพันธ์ยืนยาว

11月6日

แค่เพียงใครสักคนที่เข้าใจ . . .

แค่เพียงใครสักคนที่เข้าใจ  . . .

ข้อมูลจาก สมาชิก Kapook Planet โดยคุณ สวยนอกซอย 
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

แม้ว่า . . . วันนี้ อาจไม่เป็นคนรักกัน
และแม้ว่า . . . ในวันนี้ เป็นเพียงคนรู้จักกัน
แต่ . . . สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจห้ามได้ คือ ความคิดถึงที่มีอยู่
มันไม่อาจจางหายได้ ใน วันนี้ หรือพรุ่งนี้ . . .

ฉันจะไม่ร้องไม่ขอ แต่ . . . คงเสียใจ ยากที่จะลืม
ในวันนี้  . . . ถึงแม้จะไม่มีเธอ
แต่ . . . ฉันยังคงเหลือ หัวใจของฉันอยู่
ฉันจะดำรง และยังคงชีวิตนี้อยู่ . . . อยู่เพื่อตัวเอง
จะเข้มแข็ง เดินด้วย 2 เท้า ของฉัน ต่อไป . . .

แต่ . . . จะขอ อนุญาต คิดถึง เธอนะ
เพราะหากจะรู้สึก คิดถึงใครสักคนนั้น . . .
 แม้ว่า ในวันนี้  . . . ยังไม่ใช่คนรักของฉัน เลยก็ตามที
แต่คงไม่เป็นไรใช่ไหม . . . ที่จะขอคิดถึงเธอ

หากจะขอ . . . เพียงให้ เขาเป็นคนที่ฉันรัก และอยู่ ในหัวใจ
เพียงแค่ . . . ให้ ใจได้แค่คิดถึง
สำหรับวันนี้ และวันหนึ่ง ก็พอ . . . แค่นี้จริง ๆ
และเธอก็จะอยู่ในใจฉัน  . . .  ตลอดไป  . . .

11月5日

เรื่องที่ไม่ควรทำตอน “อกหัก”

เรื่องที่ไม่ควรทำตอน “อกหัก”

ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

อยากร้องไห้ ร้องไปเลย

          ร้องให้พอ แล้วปรับตัวปรับใจมาเริ่มต้นใหม่กันดีกว่า พยายามหางานทำ ทำงานที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด เอาเวลาเอาสมอง ไปคิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ดีกว่านะคะ อย่าไปหมกหมุ่นกับสิ่งที่ทำให้เราเสียสุขภาพจิตเลยค่ะ

อย่าคิดทำร้ายตัวเอง

          พ่อแม่รักเรา เลี้ยงเรามาแทบตายนะคะ ทำไมกับผู้ชายห่วยแตกคนเดียว ใครที่ไหนก็ไม่รู้ เค้าทำให้เราเจ็บใจแล้วยังไม่พอ เค้ามีค่าทำให้เราต้องอุทิศชีวิตให้เลยหรือ กลับไปหาพ่อแม่นะคะ ท่านรักเรามากที่สุด ไม่มีใครรักเราเท่านี้อีกแล้ว ที่ว่า ผมรักคุณ รักนักรักหนา อย่าไปเชื่อมากนักนะคะ แบ่งใจไว้บ้าง

อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว

          อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูไร้ค่า บางคนโมโหแล้วกินจนอ้วน บางคนก็โทรม บางคนก็ประชดชีวิต ทำตัวเองให้มันเลวไปซะเลย มันไม่มีอะไรดีหรอกค่ะ เค้าจะยิ่งสมน้ำหน้าเรา เราต้องทำตัวให้ดีขึ้น ให้เค้ารู้สึกเสียดายเราจะดีกว่า 

อย่าอยู่คนเดียว

          ควรหาเพื่อนคุย หรือหาอะไรทำนะคะ จะได้ไม่คิดมาก

อย่าดูหนังโรแมนติก หรือฟังเพลงเศร้า

          เพราะเราจะมีอารมณ์คล้อยตาม มันยิ่งจะเศร้าไปกันใหญ่

อย่าเอารูป หรือของเก่าๆ มาดู

          ห้ามนำของที่มีความหลังมาดูเป็นอันขาด ดูไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกค่ะ อย่าพยายามผ่านหรือไปในสถานที่ที่เคยไปด้วยกัน ที่ควรไปมีอีกเยอะ

อย่าคิดว่าชีวิตนี้ขาดเค้าไม่ได้

          อย่าคิดว่าถ้าไม่มีเค้า แล้วเราจะตาย เพราะแต่ก่อนที่ยังไม่เจอเค้า เราก็อยู่ได้ จริงไม๊คะ ดีแล้วที่เค้าเลิกไปซะ เราจะได้มีโอกาสเจอคนดีกว่านี้อีก ต้องมีกำลังใจ อย่าท้อแท้นะคะ ชีวิตเราต้องก้าวไปข้างหน้า หาในสิ่งที่ดีกว่า 

อย่าโทรศัพท์ไปง้องอนเค้าเป็นอันขาด

          เสียเหลี่ยมหมด เค้าอาจจะสงสาร แล้วกลับมาดีอีก แต่มันก็คงไม่เหมือนเดิมแล้วหล่ะค่ะ จะทำไปทำไม เอามาแต่ตัว แต่หัวใจไม่มา เซ็ง!!

11月4日

สิ่งมีค่า . . . ที่แท้จริง

สิ่งมีค่า . . . ที่แท้จริง

ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 


สิ่งมีค่า . . . ที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ที่ . . .  “การมองเห็น”
หากแต่อยู่ในที่ . . . ที่เรามองไม่เห็น


 

ความรัก . . . ที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ที่ . . . เราได้ทำอะไร แล้วมีคนรับรู้
หากแต่อยู่ที่ . . . เรากระทำแล้ว . . . ไม่มีใครรับรู้


 

ความรัก
บางครั้ง. . . . ไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ
หากแต่อยู่ที่ . . . การกระทำ ซึ่งเรา อาจรับรู้ เพียงแค่ฝ่ายเดียว


 

ถ้าพรุ่งนี้  . . . เราตายไป
บริษัท สามารถหาคนมาแทนเราได้ ภายในไม่กี่วัน
แต่ครอบครัวเรา . . .
ต้องสูญเสียและคิดถึงเรา . . . ไปตลอด


 

เราได้ใช้ชีวิต . . . กับการทำงาน
มากกว่าครอบครัว . . . หรือเปล่า?
ถ้ามากกว่า . . .ก็เป็นการลงทุนที่ไม่ฉลาดเลยจริง ๆ



ลองหันกลับหลัง . . .
มองคนที่เป็นห่วงเป็นใยเราบ้าง
เพราะหากถึงวันที่ เราหรือเขาจากไป. . .
จะได้ไม่เสียใจ กับสิ่งที่เราไม่เคยทำอะไรให้เขาเลย


11月2日

อย่า! ได้ทำแบบนี้ กับคนที่เราไม่คิดอะไรด้วย

อย่า! ได้ทำแบบนี้ กับคนที่เราไม่คิดอะไรด้วย

ไม่ว่าคุณจะมีใครแล้วหรือไม่
อย่าได้ทำแบบนี้กับคนที่เราไม่ได้คิดอะไรด้วย ไม่ว่าจะเป็น...

โทรหา เวลาดึกๆ เพราะเวลานี้มีไว้ให้คนพิเศษเท่านั้น
ดังนั้นขอร้องคุณ อย่าโทรมาบ่อยๆ ครั้งละนานๆ
เพราะไม่งั้นคนรับสายจะพาลคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่

อย่า! โทรหา เพื่อร้องเพลงให้ฟัง และให้เราช่วยร้องด้วย
ถ้าเขาถามว่า โทรไปร้องเพลงให้คนอื่นฟังบ่อยเหรอ
อย่า! ตอบว่า . . . "เปล่า เราโทรมาร้องให้เธอฟังคนเดียว"

อย่า!เล่าเรื่องราวครั้งก่อนกับแฟนคนเก่า
และอย่า!พูดว่าตัวเองเหงา . . .
อยากมีใครสักคนให้ได้ยิน เพราะคนฟังอาจจะอยากเป็นคนๆ นั้น       

อย่า!บอกว่า ชอบทำขนม
และเมื่อเขาขอให้ทำให้ทานบ้างก็ อย่า!ตอบว่า "ได้"
เพราะสำหรับคนที่ได้ฟังแล้ว
การมีใครสักคนทำขนมให้ทานมันไม่ได้แปลว่า . . .
เพื่อนธรรมดาๆ สักคนแล้ว

อย่า!ร้องไห้ให้เห็น หรืออย่างน้อยก็อย่าทำเสียงให้เข้าใจว่า . . .
คุณกำลังร้องไห้เสียใจอยู่
เพราะไม่งั้นเขาจะอ่อนแอ
และอยากจะช่วยคนที่กำลังอ่อนแอ

อย่า!คุยโทรศัพท์ กับเขาคนนั้นถึงเช้า
ก่อนจะบอกอรุณสวัสดิ์ พร้อมกับราตรีสวัสดิ์
เพราะไม่งั้นก่อนนอนเขาจะคิดถึง และในฝันก็คงมีแต่ภาพคุณ

อย่า!พูดว่า อยากเจอ หรือถามว่าว่างวันไหน
เพราะทุกครั้งที่คุณบอกว่า อยากเห็นหน้า
เขาจะคิดว่า คุณคิดถึงเขา

อย่า! เดินเข้าไปใกล้ อย่าแตะมือ และอย่าคล้องแขนเขา
เพราะมันจะทำให้เขาคิดว่า เขากับคุณเป็นคู่รักกันได้


ก่อนจะแยกกัน อย่า! ชวนเขาไปหาอะไรทาน
อย่า! ชวนเขาไปเดินดูของ
อย่า! แม้แต่จะให้เขาไปส่ง
เพราะเขาอาจจะหาทางกลับมาคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว

9月20日

มุมมองขาวกับดำ

มุมมองขาวกับดำ  
 
          เศรษฐีคนหนึ่งชอบใจลูกสาวชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาวไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว

          เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้" ชาวนาไม่ตกลง

          เศรษฐีบอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อนขึ้นมาจากสวนกรวดใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่านหยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย" ชาวนาตกลง

          เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อนใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่ากรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ เธอจะทำอย่างไร? หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกง หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐีต่อไปอีกนาน

          เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มองปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำเสมอไป ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหามีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลงไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่ ในยุคสงครามเย็นที่กินเวลานานหลายสิบปี สูญเสียชีวิตและทรัพยากรโลกมหาศาล ไม่มีใครกล้าเชื่อว่า สงครามเย็นสามารถยุติลงได้ หรือเร็วเช่นนี้

          ในยุคของ มิคาอิล กอร์บาชอฟ กอร์บาชอฟ กล่าวว่า "เป็นเรื่องเขลาที่คิดว่า ปัญหาที่รุมเร้ามนุษยชาติในวันนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอดีต" หากเขาไม่ได้คิดเช่นนี้ บางทีวันนี้สังคมนิยมโซเวียตยังไม่เปิดประเทศและสันติภาพระหว่างฝ่ายขาว-ฝ่ายแดงคงล้าหลังไปอีกหลายปี โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ

          ลูกสาวชาวนาเอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวดในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาวของสวนกรวด เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขออภัยที่ข้าพลั้งเผลอปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำอย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเราเปิดถุงออกดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไปเมื่อครู่เป็นสีอะไร" ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ

          "...ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตกย่อมเป็นสีขาว" ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้และลูกสาวไม่ต้องแต่งงานกับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "หากเราพยายามมากพอที่จะแก้ไขปัญหา เราจะพบว่าทุกปัญหาย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ"